6月15日

สายลมอ่อนๆพัดปอยผมสีขาวของคุณยายผู้นั่งอยู่บนเก้าอี้โยกหวายโบราณ
> >> >แว่นสายตาของเธอร่นมาอยู่ตรงปลายจมูก
> >> >ขณะที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับงานเย็บปักถักร้อย
> >> >ข้างตัวเธอมีหลานสาววัยรุ่นผู้หนึ่งนั่งอยู่ด้วย
> >> >เธอประดุจดอกไม้ที่เพิ่งจะแรกแย้ม
> >> >ทันใดนั้นเธอก็โพล่งออกมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยว่า
> >> >
คุณยายคะ ทำไมเราจึงหา’รักแท้’ ได้ยากเย็นนักคะ”
> >> >
> >> >หญิงชราผู้มีดวงหน้าอารีผู้นี้เงยหน้าขึ้นมาจากงานเย็บปัก
> >> >ลูบศีรษะหลานสาวอย่างรักใคร่
> >> >
> >> >สักครู่หนึ่งเด็กสาวกระเถิบเข้าไปใกล้พร้อมกับนอนหนุนตักคุณยาย
> >> >
> >> >”ฟังนะ ยายจะเล่าอะไรให้หนูฟัง... เมื่อหลายศตวรรษก่อน
> >> >ขณะที่โลกเรายังอ่อนวัยกว่านี้ รักแท้ปรากฏอยู่ทุกหนทุกแห่ง
> >>
> >> >มนุษย์สามารถเป็นเจ้าของมันได้ด้วยการเรียกหา
> >> >จึงมองไม่เห็นคุณค่าของรักแท้
> >> >เมื่อเป็นดังนี้พระผู้เป็นเจ้าจึงตัดสินใจที่จะเก็บรักแท้เอาไว้”
> >> >
> >> >คุณยายหันมาส่งยิ้มและลูบผมนุ่มๆของหลานสาวอย่างอ่อนโยน
> >> >แล้วกล่าวต่อไปว่า...
> >> >
> >> >”พระผู้เป็นเจ้าขอให้นางฟ้าสองตนช่วยเก็บรักษารักแท้
> >> >แรกทีเดียวนางฟ้าได้ฝังรักแท้ไว้ในดิน
> >> >แต่มนุษย์ก็ขุดมันออกมาได้อย่างง่ายดาย
> >> >ต่อมาพวกเธอจึงนำรักแท้ไปเก็บไว้บนภูเขาที่สูงที่สุด
> >> >แต่ผู้คนก็พากันปีนป่ายไปจนถึงยอดเขานั้น...
> >> >นางฟ้าจึงนำไปไว้ได้ท้องทะเลลึก
> >> >แต่มนุษย์ก็ยังดำดิ่งสู่ก้นทะเลแล้วนำรักแท้กลับคืนมาอีกจนได้”
> >> >
> >> >”คุณยายคะ... รักแท้ก็ยังหากันได้ง่ายๆอยู่ดีนี่คะ” หลานสาววิพากษ์
> >> >
> >> >“...เพราะมนุษย์ก็จะขุด ปีน และว่ายน้ำ...”
> >> >
> >> >”ในที่สุดนางฟ้าจึงตกลงใจที่จะเก็บรักแท้ไว้ในหัวใจมนุษย์...
> >>
> >> >นับจากนั้นผู้คนต่างก็มีปัญหาในการติดตามหารักแท้...
> >> >เพราะว่าพวกเขาจะพากันมองหามันในทุกหนทุกแห่ง ยกเว้นที่เดียว...
> >> >ที่ซึ่งควรจะเก็บมันไว้ นั่นคือ ...ตรงหัวใจ”
> >> >
> >> >คุณยายกล่าวในที่สุด
ป.ล.ขอบคุณสำหรับคนที่ส่งเมลล์นี้มาให้นะครับ